Recent Posts

Pages: [1] 2 3 ... 10
1
ในขั้นตอนของการสร้างแบรนด์นั้นอาจต้องมีการ rebranding ซึ่งถือว่าเป็นช่วงเปลี่ยนถ่ายและเป็นกลยุทธ์อย่างหนึ่งของการสร้างแบรนด์เลยก็ว่าได้ โดยมีหลายแบรนด์ที่ใช้กลยุทธ์นี้ในการทำการตลาด เพื่อให้แบรนด์เดินไปข้างหน้าได้ แต่ก็พลาดจนตกม้าตายไปกับขั้นตอนเล็ก ๆ น้อย ๆ อย่างน่าเสียดาย เอาล่ะ! เรามาดูกันเลยดีกว่าว่าสิ่งไหนบ้างที่นักการตลาดควรระวังในการ rebranding คือ อะไรบ้าง

• ไม่มองภาพรวมของการ รีแบรนด์ ให้ครบ 360 องศา
การ rebrand เป็นกลยุทธ์หนึ่งที่จะต้องมองเกมออกให้ครบทุกมิติ โดยไม่ใช่เป็นการเปลี่ยนแปลงภาพลักษณ์ขององค์กรจากการเปลี่ยนโลโก้หรือวัตถุดิบทางการตลาดเพียงอย่างใดอย่างหนึ่งเท่านั้น แต่จะต้องมองไปยังมิติของขั้นตอนการทำงานไปจนถึงการรับรู้ของลูกค้าด้วย เช่น การเพิ่มประสิทธิภาพในการเข้าถึงลูกค้า หรือการนำข้อผิดพลาดจากการสร้างแบรนด์ครั้งที่แล้วมาปรับปรุงใหม่
• ลืมจุดยืนและจุดแข็งของแบรนด์
จุดแข็งของแบรนด์เป็นสิ่งที่นักการตลาดและผู้บริหารไม่สามารถมองข้ามไปได้เลย เพราะถือว่าเป็นสิ่งที่คู่แข่งไม่สามารถลอกเลียนแบบได้และทำให้แบรนด์อยู่เหนือกว่าคู่แข่ง แต่การทำ rebrand ในหลายครั้ง คนส่วนใหญ่มักลืมจุดยืนที่แข็งแกร่งของตัวเอง และหันไปตามกระแสมากเกินไป ซึ่งจะทำให้แบรนด์เสียหลักได้
• ทำ rebranding เพราะมาจากความคิดของผู้บริหาร แต่ไม่สนใจความคิดของพนักงานและลูกค้า
หลายองค์กรคิดว่าการ rebrand มักมาจากความคิดของผู้บริหารเพียงฝ่ายเดียวเท่านั้นก็สามารถทำให้แบรนด์เดินต่อไปได้ แต่ความจริงนั้นการ rebrand นั้นก็เพื่อเปลี่ยนภาพลักษณ์ตามมุมมองของลูกค้า จึงไม่สามารถที่จะมาจากความคิดของผู้บริหารเพียงอย่างเดียว แต่จะต้องมาจากความคิดของพนักงานไปจนถึงลูกค้าด้วยเช่นกัน
• คิดว่าการ rebranding คือ หน้าที่ของฝ่ายการตลาดเพียงอย่างเดียว
อย่าลืมว่าการ rebrand นั้นเป็นหนึ่งในช่วงเปลี่ยนถ่ายของแบรนด์เพื่อให้เดินหน้าต่อไปได้ ซึ่งช่วงเปลี่ยนถ่ายนี้ถึงเป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อที่ทุกคนในองค์กรจะต้องทำไปพร้อมกัน แน่นอนว่าไม่ใช่หน้าที่ของฝ่ายการตลาดเพียงอย่างเดียว แต่ไม่ว่าจะเป็นแผนกไหนก็จำเป็นต้องมีส่วนร่วมในการ rebrand ด้วยเหมือนกัน
ค่ายอาร์เอสเองก็เป็นอีกแบรนด์หนึ่งที่ใช้กลยุทธ์ของการทำรีแบรนด์ดิ้ง เพื่อฟื้นตัวแปลงให้กลับมามีชีวิตและก้าวต่อไปอย่างมั่นคงอีกครั้ง จนทำให้อาร์เอสนั้นกลายเป็นขวัญใจของคนที่ชื่นชอบฟังเพลงทุกยุคไม่เว้นแม้แต่ gen Y และ gen X ที่มีแนวคิดล้ำสมัย อีกทั้งยังเป็นบริษัทที่คนกำลังหางานกับบริษัทที่มีความแข็งแกร่งอยากร่วมงานด้วย หากอยากเป็นส่วนหนึ่งขององค์กรชั้นนำ สมัครงานกับ RS ได้ที่นี่ https://www.rs.co.th/th/career/

อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับวัฒนธรรมองค์กร ได้ที่นี่ https://www.rs.co.th/th/คุณสมบัติ-วัฒนธรรมองค์ก/
อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ entertainmerce ได้ที่นี่ https://www.rs.co.th/th/เฮียฮ้อ-ยืนยัน-entertainmerce-แข็งแ/
2
สวัสดีครับ ทุกท่าน
3
แม้ว่าในปัจจุบัน ค่ายอาร์เอสที่เราคุ้นเคยจะได้ก้าวเข้ามาสู่ยุคแห่งการเปลี่ยนแปลงโดยการก้าวเป็นธุรกิจพาณิชย์ หรือ  Entertainmerce อย่างเต็มรูปแบบ แต่ก็ต้องยอมรับเลยว่าในสายของธุรกิจโทรทัศน์ที่ออกอากาศทางช่อง 8 ของ RS นั้น ได้เป็นกิ่งก้านสาขาธุรกิจหนึ่งที่ได้รับการตอบรับจากผู้บริโภคเป็นอย่างมากด้วยการเสริมทัพดารา นักแสดงสังกัดค่ายอาร์เอสเดิมและยังได้สร้างดาราหน้าใหม่ที่มีคุณภาพให้มากขึ้น โดยในวันนี้เราจะพาคุณมารู้จักกับ "โอห์ม ฐิติวัฒน์" ดาวงรุ่งช่อง 8 ผู้ที่มีความมุ่งมั่นและพร้อมที่จะเติบโตไปกับ RS มาให้คุณได้รู้จักกันมากขึ้น

       โอห์ม ฐิติวัฒน์ ประวัติโดยสังเขปนั้น มีชื่อจริงว่า ฐิติวัฒน์ ฤทธิ์ประเสริฐ โดยโอห์ม ฐิติวัฒน์ ฤทธิ์ประเสริฐ เกิดเมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2540 จบการศึกษาระดับปริญญาตรีจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี คณะเทคโนโลยีสื่อสารมวลชน ซึ่งโอห์ม ฐิติวัฒน์ ได้รับโอกาสในการลองถ่ายโฆษณา นายแบบและเมื่อปี 2016 ก็ได้ก้าวเข้าสู่วงการบันเทิงเต็มตัวด้วยการเป็นผู้ชนะเลิศจากการประกวด  Asia New Star Model Contest Face of Thailand 2016 ซึ่งจัดโดยช่อง 8 จากนั้นก็ได้รับโอกาสอื่น ๆ ตามมาจากช่อง 8 และได้กลายมาเป็น โอห์ม ฐิติวัฒน์ ช่อง8 ดาราดาวรุ่งในขณะนี้
      สำหรับเรื่องราวของโอห์ม ฐิติวัฒน์ ประวัติในด้านเส้นทางบันเทิงในเชิงลึกกันบ้าง หลังจากที่หนุ่มน้อยคนนี้ ได้เข้าสังกัดค่ายอาร์เอสอย่างที่ได้กล่าวไปแล้ว ในปี พ.ศ. 2560 เขาเองก็ได้มีผลงานละครชิ้นแรกออกมาสู่สายตาแฟน ๆ ละครช่อง 8 กับเรื่อง ใจลวง ที่เป็นละครแนวโรแมนติก-ดราม่า ในบทบาท มนัส ซึ่งได้รับความสนใจจากแฟนละครในฐานะดาราหน้าใหม่อยู่ไม่น้อยเลย จนได้รับฉายาว่า โอห์ม ฐิติวัฒน์ ช่อง8 จากนั้นในปีนี้เขาก็กลับมามีผลงานละครอีกครั้งกับละครยอดฮิตอย่างเรื่อง “ภูตรัตติกาล” ที่เป็นละครแนวแอคชั่น-แฟนตาซี ในบทบาทของ “ผาเมือง” ออกอากาศทุกวันจันทร์-พฤหัสบดี เวลา 20.20 น. นอกจากสายงานละครแล้ว เขาก็ยังได้รับโอกาสในสายงานเพลงด้วย โดยได้ร้องเพลงประกอบละครใจลวง และยังเป็นแฟนคลับของศิลปินค่ายอาร์เอส เช่น กามิกาเซ่, TEN-ELEVEN, ฟิล์ม รัฐภูมิ, แดน บีม เป็นต้น
      โอห์ม ฐิติวัฒน์ ฤทธิ์ประเสริฐ เรียกได้ว่าเขานั้นเป็นหนึ่งในคนรุ่นใหม่ที่พร้อมจะเติบโตไปกับ RS อย่างแท้จริง ด้วยที่เขามีจุดมุ่งหมายส่วนตัวที่มีจุดร่วมกับความเป็น RS ในการก้าวต่อไปข้างหน้าอย่างไม่หยุดนิ่ง ไม่หยุดที่จะพัฒนาตนเอง และไม่หยุดที่จะพัฒนาองค์กร โดย โอห์ม ฐิติวัฒน์ ได้มีการเซ็นต์สัญญาสังกัดค่ายอาร์เอส พร้อมความมุ่งมั่นตั้งใจที่เต็มเปี่ยมที่จะประสบความสำเร็จในเส้นทางสายนี้ไปพร้อม ๆ กับความสำเร็จของ RS เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งดาวรุ่ง ช่อง 8 ที่น่าจับตามองทีเดียว...



4
สำหรับผู้บริหารองค์กรหรือเจ้าของธุรกิจทั้งหลาย คงต้องทำใจเปิดรับว่าองค์ประกอบหลักสำคัญอย่างหนึ่งที่ทำให้องค์กรสามารถขับเคลื่อนได้อย่างมีประสิทธิภาพคือ การเสริมสร้างวัฒนธรรมองค์กรให้เกิดขึ้นภายในองค์กร
            วัฒนธรรมขององค์กรในแต่ละที่ก็จะมีความแตกต่างกันขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมขององค์กร อาทิเช่น ตัวบุคคล แนวคิด วิสัยทัศน์ขององค์กร เป็นต้น ซึ่งสิ่งเหล่านี้คือตัวช่วยสำคัญในการหล่อหลอมให้เกิดการสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ทุกองค์กรสามารถทำได้ ภายใต้องค์ประกอบหลัก ได้แก่

1.     ดึงพนักงานเข้ามามีส่วนร่วม
แน่นอนว่าตัวขับเคลื่อนองค์กรที่สำคัญมากที่สุดคือ พนักงาน หากยังไม่สามารถสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ให้พนักงานเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งได้ ก็อย่าได้หวังเลยว่าองค์กรจะประสบความสำเร็จ อย่างเช่น วัฒนธรรมแห่ง บริษัทอาร์เอส จำกัด (มหาชน) ที่แสดงจุดยืนอย่างมั่นคงถึงการทำงานเป็นทีม และพร้อมที่จะพัฒนาบุคลากรที่มีความมุ่งมั่นและใฝ่เรียนรู้ เพื่อการพัฒนาตนเองและองค์กรได้อย่างเต็มความสามารถ เห็นได้ชัดเลยว่า วัฒนธรรมขององค์กร RSนี้คือ มุ่งเน้นที่พนักงานเป็นจุดสำคัญ
2.     ตัวตนหรือคุณค่าขององค์กร
การกำหนดตัวตนอันเริ่มมาจากรากฐานของความคิดอย่างชัดเจน เปรียบเสมือนกับการกำหนดทิศทางในการดำเนินงานให้กับพนักงาน เพื่อให้เกิดความเข้าใจอันเป็นหนึ่งเดียวกันและมุ่งสู่การขับเคลื่อนองค์กรที่เป็นไปอย่างตรงเป้าหมาย จะช่วยทำให้ประสิทธิภาพในการทำงานเพิ่มมากขึ้น
3.     สนับสนุนให้เกิดการเรียนรู้และพัฒนาศักยภาพ
องค์กรใดที่สามารถทำให้พนักงานเพิ่มทักษะในการเรียนรู้และพัฒนาตัวเองได้ นอกเหนือจากเงินเดือน ถือเป็นองค์กรตัวเลือกที่น่าจับตามองเป็นอย่างมาก เพราะในสมัยนี้เงินเดือนก็ถือว่าสำคัญเพียงส่วนหนึ่ง การพัฒนาตัวเองหรือเพิ่มศักยภาพความรู้ความสามารถต่างหากที่จะช่วยในการตัดสินใจว่าควรทำงานกับองค์กรต่อไปหรือไม่
4.     คำชื่นชมและรางวัลน้ำใจ
นอกจากการดึงพนักงานเข้ามามีส่วนร่วมในการสร้างวัฒนธรรมแล้ว วิธีที่จะทำให้พนักงานเข้าใจและยอมมีส่วนร่วมกับวัฒนธรรมดังกล่าวคือ ต้องมีการให้รางวัลหรือมอบคำชมเชยให้เกียรติ เพื่อสร้างแรงบันดาลใจในการทำงาน ทั้งยังเป็นตัวช่วยในการกระตุ้นให้เกิดการปฏิบัติกับพนักงานคนอื่นด้วย เหมือนอย่างแนวความคิดของผู้บริหารอาร์เอสที่มุ่งเน้นให้ความสำคัญกับพนักงานที่พร้อมจะเดินหน้าไปกับองค์กร ถึงแม้ว่าจะต้องท้าทายกับอุปสรรคระหว่างทาง แต่จะมีรางวัลมอบให้กับทุกความท้าทายนั่นเอง
5.     การให้ความสำคัญกับพนักงาน
ทุกองค์กรสามารถดำเนินกิจการได้ด้วยพนักงาน ยิ่งถ้าสามารถสร้างวัฒนธรรมที่เกี่ยวกับพนักงานได้มากเท่าใด จะยิ่งเป็นการปลุกความกระตือรือร้นในการทำงานให้เกิดขึ้นกับพนักงานได้เป็นอย่างดี การดูแลเอาใจใส่พนักงานแม้ในเพียงเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็สามารถกระตุ้นความรักองค์กรให้เกิดขึ้นในใจได้เช่นกัน
จะเห็นได้ว่าองค์ประกอบของการสร้างวัฒนธรรมองค์กรส่วนใหญ่แล้วจะมีพื้นฐานมาจากตัวพนักงานเป็นส่วนสำคัญทั้งสิ้น และอาร์เอสบริษัทในเครือก็สามารถทำได้ตามองค์ประกอบหลักของการสร้างวัฒนธรรม ด้วยการให้ความสำคัญกับตัวบุคคล ทั้งการพัฒนาเสริมสร้างและการให้รางวัล เรียกได้ว่า บริษัท RS  คืออีกหนึ่งองค์กรที่ประสบความสำเร็จในการสร้างวัฒนธรรมขององค์กรอย่างแท้จริง หากอยากเป็นส่วนหนึ่งขององค์กรชั้นนำอาร์เอส สมัครงานได้ที่นี่ https://www.rs.co.th/th/career/

อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ okr คืออะไร ได้ที่นี่ https://www.rs.co.th/th/okr-เครื่องมือสู่ความสำเร/
อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับทีมเวิร์คของอาร์เอส ได้ที่นี่ https://www.rs.co.th/th/การทำงานเป็นทีมเวิร์ค/
อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับวัฒนธรรมองค์กร ได้ที่นี่ https://www.rs.co.th/th/คุณสมบัติ-วัฒนธรรมองค์ก/


5

หากจะย้อนกลับไปเมื่อช่วงปี 2562 มีข่าวหุ้น RS ที่มาดึงดูดความสนใจจากกลุ่มนักลงทุนได้อยู่ไม่น้อยเลย นั่นก็คือ ข่าวการย้ายหมวดธุรกิจในตลาดหุ้นจากหมวดสื่อเข้ามาเป็นหมวดพาณิชย์ ซึ่งนั่นก็ถือว่าเป็นการประกาศอย่างเป็นทางการว่า อาร์เอสจะผลักดันตัวเองเข้าสู่การทำ commerce หลังจากนี้
 
ในข่าวยังมีการระบุว่า ผู้บริหาร RS นั้นตั้งใจที่จะขับเคลื่อนโมเดล entertainmerce ซึ่งก็คือการผนึกกำลังร่วมกันระหว่าง entertainment และ commerce โดยอาศัยเอาความเก๋าเกมของการเป็นเจ้าของสื่อ entertainment ที่เชี่ยวชาญในด้านของการทำคอนเทนท์บันเทิงต่าง ๆ มาตลอดหลายสิบปี สร้างฐานผู้ชมและฐานผู้ฟังไว้แล้วเป็นจำนวนมาก เมื่อได้มองเห็นช่องทางในการขายสินค้าคุณภาพให้กับฐานผู้ชมและฐานผู้ฟังแล้ว จึงตั้งใจที่จะปรับเปลี่ยนธุรกิจให้เป็นไปในทิศทางที่ครบวงจรมากยิ่งขึ้น พูดง่าย ๆ ว่า อาร์เอสคือเจ้าของสื่อที่ขายสินค้าของตนเอง ในสื่อของตนเอง จึงเท่ากับว่า อาร์เอสนั่นจะมีทั้งผู้ชม ผู้ฟัง และลูกค้า ในเวลาเดียวกันนั่นเอง
 
ล่าสุด ข่าวหุ้น RS เมื่อช่วงเดือน พ.ค. ปี 2563 ที่ผ่านมา ก็เป็นที่ฮือฮาอีกครั้ง เมื่อผู้บริหาร RS ได้ออกมาเปิดเผยว่ารายได้และกำไรสุทธิของไตรมาสแรกของปี 2563 นั้นสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์ โดยมีรายได้รวมอยู่ที่ 985 ล้านบาท ซึ่งเพิ่มขึ้น 10% และมีกำไรสุทธิ 186 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 184% เมื่อเทียบกับช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี 2562 ซึ่งนิวไฮในครั้งนี้บ่งบอกได้ชัดเจนว่าเป็นการขับเคลื่อนโมเดล entertainmerce อย่างเต็มกำลังของผู้บริหาร RS นั้นมาถูกทาง ส่งผลทำให้ราคาหุ้นของ RS นั่นเพิ่มสูงขึ้นอีก และยังกลายเป็นหุ้นที่น่าจับตามองว่าจะเป็นอย่างไรต่อไป จะยังประสบความสำเร็จอย่างคงที่ต่อเนื่อง หรือจะเชิดหัวขึ้นได้อีกภายใต้สถานการณ์เลวร้ายจากพิษของโควิด-19 อันนี้ก็ต้องมาลุ้นกัน
 
มาดูกันชัด ๆ ธุรกิจอะไรบ้างที่อาร์เอสได้ใช้ขับเคลื่อนโมเดล entertainmerce

1.   ธุรกิจเพลง สร้างรายได้ด้วยการขายลิขสิทธิ์เพลง และรายได้จากช่องทางออนไลน์ (OTT media service)

2.      COOLanything application เป็นแอปที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้กับฐานผู้ฟังจำนวน 2 ล้านรายต่อเดือน ให้สามารถเลือกซื้อสินค้าคุณภาพในราคาพิเศษกว่าใคร

3.   ดิจิทัลทีวี ช่อง 8 มีการทำรายการให้สอดคล้องกับโมเดล entertainmerce ด้วยการสร้างคอนเทนท์ให้ตรงกับกลุ่มเป้าหมาย ขายสินค้าคุณภาพในราคาคุ้มค่า และสร้างรายได้เพิ่มจากการขายคอนเทนท์ละครให้กับประเทศต่าง ๆ ผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์อื่น ๆ

4.   RS Mall แพลตฟอร์มขายของตามสื่อต่าง ๆ ของ RS ล่าสุดจัดแคมเปญอย่างต่อเนื่อง เพื่อช่วยเหลือผู้บริโภคในช่วงเศรษฐกิจซบเซา

5.   จำหน่ายผลิตภัณฑ์ด้านสุขภาพ เน้นเสริมภูมิคุ้มกัน ผ่านแพลตฟอร์มต่าง ๆ ของ RS Mall
จากข้อมูลทางด้านธุรกิจของ RS Group ที่กล่าวมาข้างต้น จะสังเกตเห็นได้ว่าเป็นทิศทางธุรกิจที่สอดรับกับ New Normal หรือว่าการใช้ชีวิตในวิถีใหม่อย่างเห็นได้ชัด เช่น การซื้อของออนไลน์ และการสร้างความบันเทิงจากภายในบ้าน ซึ่งนับว่าเป็นวิสัยทัศน์ที่กว้างไกลน่าจับตามองอย่างยิ่ง และมีโอกาสที่จะประสบความสำเร็จมากขึ้นอีกในไตรมาสต่อไป

รู้จักอาร์เอสเพิ่มเติม ได้ที่นี่ https://www.rs.co.th/th/
รู้จักผู้บริหาร RS เพิ่มเติม ได้ที่นี่ https://www.rs.co.th/th/เปิดตัว-ทีมผู้บริหาร-rs-ให/
อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับประวัติ rs ได้ที่นี่ https://www.rs.co.th/th/เปิดประวัติ-rs-group-เส้นทางแห่/
6

อยากรู้กันไหมว่า ทำไมองค์กรชั้นนำของโลกอย่างเช่น Google Chrome ใช้อะไรเป็นเครื่องมือขับเคลื่อนองค์กร  แล้วอะไรที่ทำให้พนักงานของ Google ทุกคนพร้อมใจกันก้าวออกจาก Comfort Zone ของตัวเอง เพื่อร่วมมือกันในการผลักดันให้ธุรกิจก้าวไปสู่ความสำเร็จตามที่ได้ตั้งไว้ อะไรที่ทำให้ Google นั้นสามารถบรรลุเป้าหมายได้อย่างรวดเร็ว เพราะผ่านไปแค่ 4 สัปดาห์ของการตั้งเป้าประสงค์ (Objective) Google Chrome ก็สามารถปฏิบัติการได้ไวกว่า Firefox ได้ถึง 10 เท่าและไวกว่า 20 เท่า ภายในระยะเวลา 2 ปี กุญแจดอกสำคัญที่ทำให้ ลอว์เรนซ์ แลร์รี เพจ ผู้ร่วมก่อตั้งกูเกิลคู่กับ เซอร์เกย์ บริน ได้นำพา Google Chrome ไปสู่ความสำเร็จก็คือเครื่องมือในการตั้งเป้าหมายและกำหนดตัววัดผลที่เรียกว่า okr นั่นเอง 
 
okr คืออะไร   
   O มาจาก Objective หมายถึงเป้าหมาย
   KR มาจาก Key Results หมายถึงตัววัดผล
ดังนั้น okr คือ  Objective  and Key Results   หมายถึงเครื่องมือในการตั้งเป้าหมายและการกำหนดตัววัดผลในคราวเดียวกัน

หลักการของเครื่องมือ okr คือ
หลักการที่ถูกต้องของ OKR ทำความเข้าใจว่า okr คืออะไร   มีความแตกต่างกับเครื่องมือเดิม ๆ ที่ใช้อยู่ในองค์กรอย่างไร เพราะการใช้เครื่องมือใด ๆ ก็ตามหากนำมาใช้ไม่ถูกต้องจะทำให้ไม่เกิดคุณค่ากับองค์กรเลยแม้แต่น้อย   แต่หากนำมาใช้อย่างเข้าใจ ศรัทธาและใส่ใจในวัตถุประสงค์ของเครื่องมือนั้นก็จะสามารถนำมาใช้ให้เกิดประสิทธิภาพได้สูงสุด   
-   มีการกำหนดกรอบเวลาที่ชัดเจน มีการประเมินผลถูกต้องและต้องมีความโปร่งใส
-   มีการตั้งเป้าหมายที่ชัดเจน เข้าใจได้และต้องไม่ตั้งเป้าหมายที่ยากหรือง่ายจนเกินไป ที่สำคัญคือการตั้งเป้าหมายต้องอยู่บนพื้นฐานข้อมูลความเป็นจริง
-   การกำหนดเป้าหมายร่วมกันเพื่อให้เกิดความท้าทายทำให้ทุกคนในองค์กรต้องการบรรลุเป้าหมายนั้น โดยไม่ได้นำมาวัดศักยภาพส่วนบุคคลในการปรับขึ้นเงินเดือนแต่อย่างใด

จากความสำเร็จของ Google Chrome ในการนำ OKR มาใช้ในการสร้างประสิทธิภาพให้กับบุคลากรในองค์กรซึ่งประสบความสำเร็จอย่างสูง จนส่งผลให้ผู้บริหารบริษัทกูเกิลเกิดความเชื่อมั่นและนำ  okr มาปรับใช้กับองค์กรอย่างสม่ำเสมอเรื่อยมา ยิ่งความสำเร็จของ Google มีมากขึ้นเท่าใดยิ่งช่วยตอกย้ำความเชื่อมั่นของกูเกิลในประสิทธิภาพของเครื่องมือชนิดนี้มากขึ้นและเข้าใจแก่นแท้ของ OKR มากขึ้น ตลอดจนหลายองค์กรใหญ่ระดับโลกได้นำเอา okr ไปใช้และประสบความสำเร็จมากมายด้วยเช่นกัน

ในประเทศไทยเองก็ยังมีองค์กรชั้นนำหลายองค์กรนำ OKR มาใช้ขับเคลื่อนองค์กรสู่เป้าหมาย รวมทั้งองค์กรที่ประสบความสำเร็จอย่างสูงอย่าง บริษัทอาร์เอส จำกัด (มหาชน) ก็ได้นำเอาระบบ OKR เข้ามาใช้ในการขับเคลื่อนองค์กร โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของการตั้งเป้าหมายซึ่งถือว่าเป็นหัวใจสำคัญที่สุดของ  OKR และอาร์เอสเองก็มีการกำหนดตัววัดผลซึ่งก็เป็นเสมือนแนวทางในการบรรลุเป้าหมาย ช่วยกำหนดกรอบเวลาในการทบทวนผลงานทุกไตรมาส เพื่อให้สามารถปรับเปลี่ยนแผนการทำงานได้อย่างเหมาะสมในแต่ละช่วงเวลาและยังสามารถร่วมกันแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นได้อย่างทันท่วงที อีกทั้งยังนำมาประเมินประสิทธิภาพในการทำงานและเป็นแรงผลักดันสำคัญให้พนักงานอยากบรรลุเป้าหมายสู่ความสำเร็จ  ส่งผลทำให้อาร์เอสนั้นมีผลการทำงานที่บรรลุเป้าหมาย เป็นองค์กรต้นแบบแห่งความสำเร็จเช่นเดียวกับ Google Chrome และอีกหลาย ๆ บริษัทชั้นนำนั่นเอง 

รู้จักอาร์เอสเพิ่มเติมได้ที่นี่ https://www.rs.co.th/th/
รู้จักผู้บริหาร rs ได้ที่นี่ https://www.rs.co.th/th/เปิดตัว-ทีมผู้บริหาร-rs-ให/
7
ใครหาอยู่ผมว่าคันนี้สวยนะ

เครื่อง300dก็ตรงรุ่นทับแปดด้วย(ท่อไอดียาวแบบหวีกล้วย)
เบาะmbtexหนังช้าง กระจังหน้าเล็ก แต่ไม่มีกระจกหูช้างแล้ว  พวงมาลัยงาช้าง(เบคเกลไลท์)

https://youtu.be/-cZDm8LqBwY
8
การบูรณะรถคลาสสิค / Re: O==00==O BMW Square OO=00=OO
« Last post by NOK1 on November 29, 2020, 11:42:43 pm »
สวัสดีครับ
081-8380534 ครับ
9
การบูรณะรถคลาสสิค / Re: O==00==O BMW Square OO=00=OO
« Last post by Tor 2002 on November 18, 2020, 03:58:42 pm »
ห้อง 02 มีใครมีเบอร์พี่นกไหมครับ ผมไม่ได้เข้ามาซะนาน มีเรื่องจะติดต่อพี่นกหน่อยครับ
10
หลังจากที่เฮียฮ้อ นายสุรชัย เชษฐโชติศักดิ์ ประธานผู้บริหารอาร์เอสได้ออกมาประกาศตัวเลขผลประกอบการของไตรมาสแรกและไตรมาสที่สอง ซึ่งเป็นช่วงที่ประเทศไทยนั้นกำลังเผชิญอยู่กับช่วงโควิด ที่ทำให้ทุกธุรกิจต่างได้รับผลกระทบอย่างหนัก บางธุรกิจก็เกิดการเสียหายจนต้องปิดกิจการ แต่ตัวเลขผลประกอบการของบริษัทอาร์เอส จำกัด (มหาชน) นั้นกลับเติบโตแบบพุ่งสวนกระแสคือสามารถทำกำไรจากไตรมาสสุดท้ายของปี 62 ได้เพิ่มขึ้นถึง 184 % และไตรมาสที่สองของปี 63 ก็มีผลกำไรสูงถึง 108 ล้านบาท คิดเป็น 14% ของการเติบโต เฮียฮ้อได้บอกถึงปัจจัยที่ส่งผล ให้เกิดผลประกอบการที่เติบโตดังกล่าวว่า ส่วนหนึ่งเป็นเพราะ core value หรือว่าค่านิยมองค์กรของอาร์เอสเองที่เป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการเติบโตนี้
ไขข้อสงสัยผู้บริหารอาร์เอสให้ความสำคัญกับ core value
   core value หรือ ค่านิยมองค์กร คือ กรอบแนวความคิดในการทำงานของทุกคนใน RS GROUP ที่ผู้บริหารอาร์เอสทุกคน โดยเฉพาะนายสุรชัย เชษฐโชติศักดิ์ ผู้บริหารระดับสูงของอาร์เอสได้ยึดถือมาตลอดการทำงานและได้ปลูกฝังให้เป็นค่านิยมองค์กร จนทำให้อาร์เอสที่ถือว่าเป็นองค์ขนาดใหญ่นั้นสามารถก้าวข้ามผ่านการเปลี่ยนแปลงในโลกของธุรกิจมาหลายต่อหลายการเปลี่ยนแปลง และทำให้เราเห็นว่าอาร์เอสสามารถที่จะเปลี่ยนแปลงและไหลไปตามกระแสของการเปลี่ยนแปลงได้อย่างลื่นไหล ในทางกลับกัน อาร์เอสก็ดูเหมือนว่าจะใช้คลื่นของการเปลี่ยนแปลงในละช่วงนั้นเป็นแรงส่งที่ดีในการทำให้ธุรกิจสามารถเติบโตและอยู่ได้ หากจะพูดให้เห็นแบบชัดเจนก็คือ RS GROUP สามารถปรับตัวให้ลอยอยู่เหนือดิสทรัปท์ทุกครั้งไปก็ว่าได้ ซึ่งค่านิยมองค์กรที่ว่านั้น นายสุรชัย ได้แบ่งออกเป็น 4 ประการคือ
แรงบันดาลใจ (Inspiring)
   ความฝันร่วมกันของคนในองค์กร ที่จะทำให้องค์กรเติบโตไปพร้อมกัน และเติบโตไปด้วยกัน ถือเป็นอุดมการณ์อันยิ่งใหญ่ของคนทำงานในอาร์เอสและร่วมกันสร้างองค์กรให้มีความโปร่งใส น่าเชื่อถือและเป็นสังคมที่แลกเปลี่ยนความคิดเห็นได้แบบไม่ถูกปิดกั้นอีกด้วย
แรงผลักดัน (Passionate)
   แรงผลักดันในการทำงานที่อยากให้ทุกเนื้องานออกมาสำเร็จอย่างดีและจะดีขึ้นกว่าเดิมทุก ๆ ครั้ง เพราะมันคือการพัฒนาศักยภาพของงานและคนทำงาน อย่างไม่มีวันหยุดยั้งแม้จะเกิดอุปสรรคใด ๆ ก็ตาม
การใฝ่เรียนใฝ่รู้ (Inquisitive)
คนทำงานในอาร์เอสทุกคนถูกปลูกฝังว่า อุปสรรคและปัญหาที่เกิดขึ้นคือโอกาสในการเรียนรู้ เป็นโอกาสที่จะทำให้เกิดการพัฒนาผู้บริหารอาร์เอสทุกคนจึงให้ความสำคัญกับการเรียนรู้ที่ไม่หยุดนิ่งอยู่ตลอดเวลา
การแน่วแน่ที่เป้าหมาย (Goal-Oriented)
   ข้อสุดท้ายของค่านิยมองค์กร คือ การตั้งมั่นที่เป้าหมายขององค์กร ถ้าหากทุกคนในองค์กรต่างมีเป้าหมายเดียวกัน เกิดการร่วมแรงร่วมใจกัน ต่อให้เกิดอุปสรรคระหว่างทางที่ยิ่งใหญ่สักแค่ไหนก็จะสามารถผ่านไปถึงเป้าหมายได้อย่างแน่นอน
   การที่ผู้บริหารของอาร์เอสยึดถือให้ core value คือหัวใจสำคัญของการทำงานในองค์กร และทุกคนที่ทำงานในอาร์เอสก็ยึดเป็นหลักเดียวกัน จึงไม่น่าแปลกใจเลยที่ผู้บริหารอาร์เอสนั้นจะยกให้ core value คือแรงขับเคลื่อนหรือว่าเป็นเชื้อเพลิงในการผลักดันที่สำคัญขององค์กรขนาดใหญ่ระดับประเทศ ที่มีส่วนช่วยทำให้สามารถพลิกแพลงการทำงานให้ทันต่อสถานการณ์ตลอดเวลาและค่านิยมองค์กรนี้เองที่ช่วยทำให้ทุกคนใน RS GROUP นั้นเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันและร่วมเดินทางไปยังความสำเร็จพร้อมกันทุกส่วนงานตามที่หลายคนเห็นอยู่ในปัจจุบัน อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับอาร์เอสได้ที่นี่ https://www.rs.co.th/th/


Pages: [1] 2 3 ... 10