Author Topic: เผยรายได้และผลกำไรของ RS Group กับความสำเร็จสวนกระแสวิกฤตโควิด  (Read 105 times)

0 Members and 1 Guest are viewing this topic.

Offline unyana

  • Member
  • *****
  • Join Date: Apr 2019
  • Posts: 1
  • Gender: Female
  • Last Login:July 20, 2020, 02:59:11 am
เมื่อช่วงเดือน พ.ค. ปี 2563 ที่ผ่านมา ข่าวหุ้นบริษัท RS ได้กลับมาชิงพื้นที่ในหน้าธุรกิจอีกครั้ง ด้วยราคาหุ้นที่ดีดตัวสูงขึ้นอย่างผิดหูผิดตา จากผลงานความสำเร็จในช่วงไตรมาสแรกของผู้บริหารอาร์เอสชุดล่าสุด ซึ่ง RS ได้ออกมาเผยว่า ในไตรมาส 1/2563 RS Group มีรายได้รวมถึง 985 ล้านบาท ซึ่งเพิ่มขึ้น 10% และมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 186 ล้านบาท ซึ่งเพิ่มขึ้น 184% เมื่อเทียบกับไตรมาสสุดท้ายของปี 2562 ซึ่งถือว่าสูงสุดเป็นประวัติการณ์

   แม้ว่าในช่วงเวลาเดียวกับไตรมาสแรกของปี จะเป็นช่วงเวลาเดียวกันกับที่ประเทศไทยของเรากำลังเจอวิกฤตโควิด-19 จนทำให้ผู้คนต่างก็มีความระมัดระวังในการจับจ่ายใช้สอยและใช้เวลาอยู่กับบ้านมากขึ้น แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้รายได้และผลกำไรของ RS Group ลดน้อยลงเลย ในทางกลับกัน วิถีชีวิตที่ผู้คนเริ่มหันมาซื้อของออนไลน์มากขึ้น อยู่กับบ้านมากขึ้น หาความบันเทิงภายในบ้านมากขึ้น กลับยิ่งเป็นส่วนที่ช่วยกระตุ้นให้ผู้คนบริโภคความบันเทิงและสินค้าที่ทาง RS Group เป็นเจ้าของอยู่มากขึ้นเสียด้วยซ้ำ

   เราต่างก็ทราบกันดีอยู่แล้วว่า RS Group เป็นเจ้าของสื่อหลาย ๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็น ทีวีดิจิทัลช่อง 8 ที่มีฐานผู้ชมเหนียวแน่น และคลื่นคูลฟาเรนไฮต์ ซึ่งเป็นทั้งคลื่นวิทยุและออนไลน์ที่ได้รับความนิยมมาอย่างยาวนาน โดยมีฐานผู้ฟังเป็นคนอายุ 22-40 ปี เป็นจำนวนมาก รวมถึงยังเป็นเจ้าของธุรกิจเพลงระดับยักษ์ใหญ่ในวงการ แต่ที่หลายคนอาจจะยังไม่ทราบ คือ RS Group ได้หันมาจับธุรกิจจำหน่ายสินค้าด้านสุขภาพและความงามมาได้สักระยะหนึ่งแล้ว ซึ่งนั่นก็คืออีกหนึ่งเคล็ดลับสำคัญที่ทำให้อาร์เอสประสบความสำเร็จอย่างสวยงามในวันนี้

   ผู้บริหารอาร์เอสได้เผยอีกว่า ต้องการขับเคลื่อนโมเดล entertainmerce อย่างต่อเนื่อง เพราะนี่ถือเป็นกลยุทธ์ที่จะช่วยนำอาร์เอสไปสู่การเติบโตที่ยิ่งใหญ่และผลกำไรมหาศาล โดยคำว่า entertainmerce ก็มาจากการผสมระหว่างคำว่า ‘entertain’ ซึ่งทราบกันดีว่า การผลิตสื่อบันเทิงและการทำคอนเทนท์ให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย ซึ่งเป็นทางถนัดของอาร์เอสอยู่แล้ว และคำว่า ‘commerce’ ซึ่งอาร์เอสตัดสินใจเลือกเข้ามาในตลาดสินค้าด้านสุขภาพและความงาม เนื่องจากมูลค่าตลาดสูงกว่าแสนล้านบาท และมีอัตราการเติบโตที่ดี

   หากจะพูดให้เข้าใจง่ายขึ้นเกี่ยวกับโมเดล entertainmerce ก็คือ การทำให้ฐานผู้ชมและผู้ฟังที่อาร์เอสมีอยู่เดิมได้กลายเป็นลูกค้าของอาร์เอสไปด้วยในเวลาเดียวกันนั่นเอง และด้วยประสบการณ์ รวมไปถึงความชำนาญในการใช้สื่อของอาร์เอส การสร้างฐานลูกค้าใหม่ในสื่ออื่น ๆ จึงไม่ใช่เรื่องยากและนั่นก็จะยิ่งส่งเสริมให้ธุรกิจ commerce ของอาร์เอสเติบโตไวขึ้น ประกอบกับวิถีชีวิตแบบ New Normal ในช่วงโควิด-19 ที่จะช่วยส่งผลให้ผู้คนเลือกจับจ่ายใช้สอยสินค้าคุณภาพทางออนไลน์มากขึ้นและเลือกที่จะดึงความบันเทิงเข้าสู่ภายในบ้าน มากกว่าการที่จะออกมาหาความบันเทิงนอกบ้าน พฤติกรรมเหล่านี้ล้วนเป็นการสนับสนุนธุรกิจการขายของออนไลน์และขายความบันเทิงตรงเข้าสู่บ้านของอาร์เอสให้เติบโตไวขึ้นอีก กล่าวได้ว่านอกจากวิสัยทัศน์อันกว้างไกลแล้ว ผู้บริหารอาร์เอสยังมีสถานการณ์โควิด-19 มาช่วยกระตุ้นความสำเร็จให้เกิดเร็วขึ้น สวนกระแสพิษโควิด-19 ได้อย่างน่าจับตามอง


Tags:
 

* Permissions

  • You can't post new topics.
  • You can't post replies.
  • You can't post attachments.
  • You can't modify your posts.




Facebook Comments