ผมเป็นคนหนึ่งที่แข่งขันอยู่ในรุ่นนี้
เข้าใจและรู้สึกชื่นชมที่คุณบี นำเรื่องนี้มาเล่าสู่กันฟัง
ผมก็ได้คุยกับพี่ๆเพื่อนๆหลายคนที่อยู่ในรุ่น Euro Classic
ว่าปีนี้รุ่น Japan Retro ระห่ำมาก ซึ่งความไม่มีน้ำใจนักกีฬานั้น
คนดูมองแว๊บเดียวก็เห็นว่าเป็นใคร ซึ่งผมเชื่อว่าน่าจะน้อยลง
เพราะไม่มีใครทนโดนประนามได้ตลอดหลอกครับ
แต่ถ้าจะให้การแข่งขันที่สนุก เป็นกันเองระหว่างหมู่คนรักรถด้วยกัน
ผมเชื่อว่ามันจะต้องเกิดจากเจ้าของรถ+รถครับ
ถ้าเมื่อไหร่ก็ตามที่เจ้าของรถคิดว่ารถเราพร้อมแลก การแข่งนั้นคือหายนะ
ปัจจัยของคำว่าพร้อมแลกคือ ซ่อมง่าย อาหล่ายตรึม ราคาถูก
เพราะบ้านเราเป็นเหมือน Junk Yard มาเกือบ 30 ปี
จะหาเปลี่ยนอะไรก็ทำได้ในราคาถูก
ผมจึงคิดว่ารุ่น Japan Retro น่าจะกำหนดปีให้ลึก(เก่า)กว่านี้
ผมเข้าใจว่าทำรถแข่งใครๆก็อยากแรง แต่จุดที่ชนกันหรือประทะกัน
ไม่ใช่จุดที่ความเร็วสูงนะครับ การที่ใช้รถปีลึกกว่านั้น
ผมเชื่อว่าการยอมกันน่าจะเกิดมากขึ้น ต่างฝ่ายต่างชื่นชนในรถของกันและกัน
เพราะเราจะรู้ว่า ถ้าชนซ่อมไม่ง่าย อะหลั่ยไม่เหลืออีกแล้ว กระเป๋าแหก
ผมว่าแบบนี้เพื่อนๆที่มีรถสวยๆ ก็อยากมาวิ่งกับเรา เพราะว่าเราต่างชื่นชมรถ
เหมือนๆกัน
เป็นความคิดเห็นส่วนตัวนะครับ
เพิ่งจะได้มีโอกาสเข้ามาอ่านครับ
ผมไม่เคยได้ไปกับเขาซักที แต่ก็ติดตามตลอด และก็อ่านกระทู้นี้ก็พอเข้าใจ เพราะเป็นผมเองก็ไม่อยาก
เข้าไปแลกเหมือนกัน
ขอเสนอไอเดียว่า แบ่งแยกรุ่นไปเลยดีไหมครับ 60+70 จะ Japan Retro หรือ Euro Classic ก็ได้
และก็อีกกลุ่มพวก 80
ไอเดียก็ไม่น่าเป็นการแข่งความเร็ว แต่เป็นการวิ่งโชว์มากกว่า ค่อย ๆ ปล่อยที่ละคัน แล้วจับเวลา
การคัดเลือกรถที่เข้าวิ่งก็มีคณะกรรมการฯ มานั่งดูกันว่าคันไหนไม่เข้าข่าย สองอาทิตย์ก่อนอนุญาตให้ลงวิ่ง
เรื่องถ้วยรางวัล ถ้ามีประเภทความเร็ว มันก็คงไม่พ้นมีคนอยากทำรถให้แรงที่สุด แต่ถ้าปล่อยรถต่างเวลากัน
ก็ไม่น่าจะมีปัญหารถกระแทก ชนกัน ฯลฯ
ทั้งนี้ ควรมีรางวัลประเภทความเนียน ความสวยงาม ของรถ เสียงเครื่อง ฯลฯ สรุปคือความประทับใจของผู้ชม
(ไม่รู้ใครจะตัดสินดี
คงเป็นเหมือนนักอเมริกันฟุตบอลที่ได้ MVP อาจให้คะแนนโดยกรรมการอีก )